in สาระน่ารู้

‘งูสวัด’ ไวรัสที่แสน ‘น่ากลัว’

‘งูสวัด’ ไวรัสที่แสน ‘น่ากลัว’
‘งูสวัด’ ไวรัสที่แสน ‘น่ากลัว’

เมื่อมีอายุมากขึ้น ระบบภายในร่างกายของคนเรา รวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ภายในร่างกาย ก็มักจะเสื่อมสภาพลง โดยโรคติดเชื้อที่อันตรายสำหรับผู้สูงวัยนั้นจะมี โรคไข้หวัดใหญ่ และ โรคปอดบวม หากแต่ก็ไม่สามารถลืมอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อย นั่นก็คือ โรคงูสวัดหรืออีสุกอีใส อันเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันต่ำลง จึงทำให้มันแสดงอาการออกมา

โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “เชื้อวีแซดวี (varicella-zoster virus)” ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งแรก ซึ่งมักเกิดขึ้นในวัยเด็ก ส่วนใหญ่จะแสดงอาการของโรคอีสุกอีใส ส่วนน้อยจะไม่มีอาการแสดงให้ปรากฏหลังจากหายจากโรคอีสุกอีใสไปแล้ว เชื้อจะหลบซ่อนอยู่บริเวณปมประสาทใต้ผิวหนัง และแฝงตัวอย่างสงบเป็นเวลานานหลายปีถึงสิบๆ ปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น อายุมาก ถูกกระทบกระเทือน มีความเครียด ทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ติดเชื้อเอชไอวี เป็นมะเร็ง ใช้ยาต้านมะเร็งหรือยา กดภูมิคุ้มกัน เชื้อที่แฝงตัวอยู่นั้นก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวน และกระจายในปมประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบ  (เกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาท) เชื้อจะกระจายไปตามเส้นประสาทที่อักเสบ  และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มใสเรียงเป็นแนวยาวตามแนวเส้นประสาท ที่เป็นโรคงูสวัดจึงมักมีประวัติเคยเป็นอีสุกอีใสในวัยเด็ก หรือเคยมีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มาก่อน โดยไม่มีอาการแสดง ซึ่งสามารถตรวจพบสารภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ในเลือด

การดูแลตนเอง เมื่อพบว่าเป็นงูสวัด ควรปฏิบัติดังนี้

  1. ถ้ามีไข้หรือปวด กินพาราเซตามอลบรรเทา
  2. ถ้ามีอาการปวดแสบปวดร้อน ทาด้วยยาแก้ผดผื่นคัน (คาลาไมน์โลชั่น) หรือต้นเสลดพังพอนนำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด ผสมเหล้าพอเหลวข้นๆ (ควรใส่เหล้าเมื่อยาเริ่มแห้ง พอกไว้ตลอดเวลา เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง)
  3. ตัดเล็บให้สั้น ห้ามแกะเกาผื่นตุ่ม
  4. ควรไปพบแพทย์ ถ้าเป็นงูสวัดขึ้นที่ใบหน้า หรือตา หรือพบในคนอายุมากกว่า ๕๐ ปี มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือหญิงตั้งครรภ์ มีอาการปวดรุนแรง ให้การดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ทุเลา ตุ่มกลายเป็นหนองเฟะ หรือมีความวิตกกังวลหรือมั่นใจในการดูแลรักษาตนเอง

 

วิธีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแบบง่าย เพื่อให้ร่างกายต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ ได้ ควรเริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ รักษาอารมณ์ให้ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงความเครียด ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ และหากเป็นผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีน อันเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่หากเมื่อใดที่เชื้อโรคแทรกซึมเข้ามา ร่างกายของเราก็จะจัดการมันได้อย่างทันท่วงที โดยผู้ที่จะไปฉีดวัคซีนควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพื่อประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย และทำการรักษาต่อไป

Written By: